|

พี่พรรณ มณีพรรณ เงาเทพพฤฒาราม

14

nov

“ วิชาที่ได้ใช้จริงๆตอนทำงานที่สร้างผลงานให้ภูมิใจ เป็นวิชาใกล้ๆตัวที่เรารู้จักกันอย่าง Time study ที่เอามาจัดการแก้ปัญหา ทำ Labor optimization วิธีการไม่ซับซ้อนแต่ทรงพลัง ถ้าเราใช้ถูกจุด”


พี่พรรณ มณีพรรณ เงาเทพพฤฒาราม รุ่นพี่ IE เกียร์ 24 ของเราได้กล่าวไว้ เดิมพี่พรรณทำงานที่บริษัท Nestle Canada Inc. ตำแหน่ง Industrial Performance Manager  ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาอิสระเกี่ยวกับ Continuous improvement ด้าน Supply Chain & Manufacturing  อาศัยอยู่ที่ทั้งแคนาดาและไทย
.
.
พี่พรรณเล่าว่า การมาอยู่แคนาดามีเรื่องต้องปรับบ้างเล็กน้อย อย่างในด้านชีวิตส่วนตัว ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องอากาศหนาว  เพราะเราต้องดำเนินชีวิตประจำวันเหมือนปกติในฤดูหนาว ในขณะที่เมืองไทยอากาศร้อน ปกติคนที่มาเที่ยวระยะสั้นๆก็คงสนุกกัน  แต่การที่เราจะมาใช้ชีวิตที่นี่ จึงต้องปรับตัวหน่อย นอกจากนี้ก็มีความสะดวกสบายแบบ 7/24 ที่อาจเทียบไม่ได้กับเมืองไทย   แต่โดยรวมก็ไม่ได้ลำบากมากอะไร  แต่ถ้าในด้านการทำงาน ที่แคนาดาเอง จะมี union ที่ดูแลด้านแรงงานอย่างเข้มงวด  ดังนั้นการที่เราไปทำงานแล้วได้รับมอบหมายให้จัดการเรื่องกำลังคนและผลงาน จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย ต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวทางของ union ให้มากที่สุด โดยที่เราก็ยังต้องทำผลงานให้ได้ตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายเช่นกัน
.

แคนาดาเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับแรงงานต่างชาติ ซึ่งพี่พรรณเล่าว่า ที่แคนาดานั้น แต่ละปีรัฐบาลจะมีนโยบายในการรับแรงงานต่างชาติเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แคนาดามีผู้คนหลายเชื้อชาติมารวมตัวกัน ซึ่งตรงส่วนนี้พี่พรรณก็มองว่าเป็นเรื่องที่สนุก เพราะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนจากประเทศต่างๆด้วย
.
ตอนทำงานประจำ พี่พรรณมีโอกาสได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญที่ทำให้ภูมิใจ โดยตอนนั้นพี่พรรณทำงานที่โรงงานผลิตช็อคโกแลต ซึ่งโจทย์คือ บริษัทต้องการให้มีการทำงาน 24/7 เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าให้เพิ่มขึ้นให้แก่ลูกค้าและช่วยธุรกิจให้สามารถคงความเป็น brank market leader  แต่ต้องไม่มีการจ้างคนเพิ่ม! ซึ่งในความจริงไม่สามารถทำได้  เนื่องจากกำลังพลที่มีอยู่ไม่สามารถที่จะทำงานวันอาทิตย์ติดต่อกันได้ตลอดเพราะจะผิดกับกฏหมายแรงงาน
แต่พี่พรรณก็ได้ใช้เรื่อง time study มาใช้ในการวิเคราะห์กระบวนการทำงานและหาจำนวนกำลังพลที่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเกิด labor optimization  ทำให้สามารถโยกย้ายแรงงานส่วนเกินไปทำงานในวันอาทิตย์ตลอดโดยไม่ขัดต่อกฏหมายแรงงาน  ความท้าทายที่เกิดขึ้นในระหว่างการ lead project นึ้คือแรงต่อต้านจากทาง union   ซึ่งทั้งนี้พี่พรรณเองก็ต้องยืนหยัดความคิดและวิธีการของตัวเองอย่างมาก โดยต้องดำเนินการต่างๆให้เกิดความโปร่งใส  การจัดการ change management และการพยายามดีงให้ union มีส่วนร่วมตลอดการทำ project .
.
พี่พรรณฝากไว้ว่า หากน้องๆคนไหนสนใจมาทำงานที่แคนาดา เรื่องแรกที่ต้องทำการบ้านก็คือ ภาษา อย่างที่บอกไปว่า ที่แคนาดามีคนจากหลายเชื้อชาติ  ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการสื่อสาร  นอกจากนี้ถ้ามีความรู้ด้านภาษาอื่นๆ ก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้น  โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศสที่ใช้มากในบางพื้นที่   เนื่องจากประเทศแคนาดามีภาษาทางการสองภาษาคืออังกฤษและฝรั่งเศส
เรื่องที่สอง ให้น้องๆดู life stye ของตัวเองด้วย ว่าเข้ากับสภาพแวดล้อมของแคนาดามั๊ย ชอบอากาศหนาวมั๊ย หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ใช้ชีวิตในอากาศหนาวไม่สะดวกมั๊ย เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาดีๆ เพราะเราไม่ใช่แค่มาเที่ยวแป๊บๆ แต่เรามาทำงานใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ก็ต้องเป็นเรื่องที่เราอยู่แล้วแฮปปี้ไปด้วย
.
.
นอกจากนี้ พี่พรรณให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การมาทำงานที่แคนาดานั้น เนื้องานไม่ค่อยแตกต่างจากที่ไทยเท่าไหร่ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ การทำงานร่วมกับคนหลายเชื้อชาติ มันทำให้เรารู้จักแนวคิดและวิธีการทำงานมุมมองของคนที่หลากหลาย ทำให้ได้ประสบการณ์ดีๆที่หาซื้อไม่ได้ ต้องเอาตัวไปลุย เอาใจไปลอง
.

สุดท้ายนี้ ต้องขอบคุณพี่พรรณมากๆค่ะที่แวะมาเล่าประสบการณ์ดีๆให้ฟังกัน และสรุปได้ว่า การไปทำงานที่ต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม ใครๆก็ทำได้ ขอแค่มีใจ ใจล้วนๆ แล้วใช้ใจนำทาง กล้าที่จะออกจาก comfort zone และตามหาสร้างประสบการณ์ชีวิตแล้วบันทึกเส้นทางเดินด้วยมือตัวเองได้เลย!


“ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องปรับตัวที่แคนาดาก็คงไม่พ้นเรื่องการสื่อสาร ด้วยความที่คนไทยส่วนใหญ่จะนอบน้อม เกรงใจ ทำให้เวลาพูดสื่อสารออกไป บางทีอาจจะอ้อม หรือบางครั้งอาจจะไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็น ซึ่งจริงๆก็เป็นส่วนสำคัญในการทำงาน เพราะว่าหากมีการแสดงความคิดเห็น แต่เราเงียบ เราอาจจะถูกมองทางลบได้  คนที่นี่ชอบความกล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น และพูดตรง”


เรื่องง่ายๆที่พี่พรรณ ชี้ให้เราเห็นความแตกต่างจากวัฒนธรรมไทยกับต่างชาติ คนไทยส่วนมาก จะคิดก่อนพูด บางทีก็ใช้เวลาคิดมากไปจนไม่ได้ออกความเห็น มันเลยอาจจะกลายเป็นว่าเรา ignore ได้ มันก็จะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเราในที่ทำงานไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ดังนั้น ไม่ว่าเราจะทำงานที่ไหน ประเทศไทย หรือต่างประเทศ ก็อยากให้เราฝึกฝนกระบวนการคิดและกล้าที่จะแสดงออก ไม่ต้องกลัวว่าสิ่งที่เราสื่อสารออกไปจะถูกหรือผิด ไม่ต้องกังวลเรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษ  เราทุกคนสามารถฉายแสงผ่านการแสดงความคิดเห็นได้นะ ไม่มีผิดถูก แค่มองคนละมุม อย่างเช่น เราถ่ายรูปที่วิวเดียวกัน แต่ยืนคนละจุด รูปที่ได้ยังได้คนละมุมเลย จริงมั๊ย?
.
ที่สำคัญ การแสดงความคิดเห็น ยังเป็นการแสดงจุดยืนของตัวเราเองอีกทางหนึ่งด้วย



ทำไมแคนาดาจึงติดอันดับต้นๆที่คนไทยอยากมาทำงาน?
.
.
.
อย่างที่รู้กันว่าเรื่องการดูแลคุณภาพชึวิตเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึงหนึ่งในนั้นคือเรื่องสุขภาพ  และแคนาดาตอบโจทย์เรื่องนี้ดีมาก  ระบบสาธารณสุขที่แคนาดาจะเป็นของรัฐทั้งหมด ไม่มีระบบเอกชน โดยรัฐบาลจะมีการออกบัตรสุขภาพให้กับคนที่มาอยู่ที่นี่  ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมด  โดยที่เราไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายเองเลย  ซึ่งส่วนนี้เป็นผลประโยชน์อย่างหนึ่งที่ประชาชนได้รับกลับมาจากภาษีที่เสียไป
นอกจากนี้คนที่มาทำงานประจำที่นี่ในบริษัทเอกชนส่วนใหญ่  พนักงานก็จะได้รับบัตรประกันสุขภาพเพิ่มเติมอีก (นอกเหนือจากบัตรที่รัฐบาลออกให้) ซึ่งนอกจากจะครอบคลุมตัวพนักงานแล้ว  แต่ที่ดีกว่านั้นคือ คู่ครองและครอบครัวก็ได้รับการดูแลด้วยเช่นกัน คือมีบัตรสุขภาพคนละใบแยกกันไปเลย ซึ่งมันว้าวมากน้าาา และยังครอบคลุมเอเวอรี่ติงจิงกะเบลจริงๆ ยันคอนแทคเลนส์ !
.
.
ถามว่า แล้วมันยังไงเหรอ ดียังไง อะ ลองนึกภาพตามนะ ในวันที่ลูกเราป่วยต้องรักษาตัวมีค่าใช้จ่ายในการรักษา เราก็จะทำงานอย่างไม่สบายใจ เนื่องจากเราต้องหาเงินมาจ่ายค่ารักษา ประสิทธิภาพการทำงานก็จะลดลงไปด้วย แต่การที่เค้ามีสวัสดิการนี้ มันก็ช่วยได้เยอะเลยล่ะ
 .
.
ถ้าแคนาดาเป็นอีกที่ที่หลายคนเล็งไว้ นี่ก็อาจจะเป็นอีกข้อมูลที่ทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นจ้า แต่ทั้งนี้น้องๆที่ยังเพิ่งเริ่มต้นทำงานที่ไทย มันก็มีอีกหลายทางที่เราจะดูแลตัวเองและคนที่รักได้น้า ไทยเราก็ยังมีสวัสดิการดีๆอีกเยอะเนาะ อยากใช้ชีวิตแบบไหน เราต้องเป็นคนเลือก!


กิจกรรม

คำค้นหา