“การไปทำงานต่างประเทศไม่ใช่คำตอบเดียว แต่ถ้ามันเป็นคำตอบที่น้องๆตามหา สิ่งแรกที่ต้องมีคือ ทัศนคติที่ดี เปิดใจยอมรับความต่าง ทั้งด้านการทำงาน ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่คิดเปรียบเทียบ เราก็จะอยู่และเติบโตได้อย่างดีมีความสุขในต่างแดน”
.
นี่คือสิ่งที่พี่แอร์ ได้พูดให้เราฟัง เกี่ยวกับการไปทำงานที่ต่างประเทศ วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับพี่แอร์ คุณจุฑาภัทร บุณย์วงศกร เกียร์ 24 รหัสนักศึกษา 3606069 IE12 พี่แอร์ได้ทำงานอยู่ที่บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล หรือที่เรารู้จักกันในนามบริษัท P&G เป็นผู้ผลิตสินค้ามากมาย เช่น SKII, Downy, Olay และแชมพูหลากหลายยี่ห้อ
ตอนนี้พี่แอร์ทำงานและพักอาศัยอยู่ที่เมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา และก่อนหน้านี้ก็ยังเคยไปประจำที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์อีกด้วย
ในเมื่อมีโอกาสดีๆจากพี่แอร์แบบนี้เราเลยนำเรื่องราวมาฝากให้ทุกคนได้อ่านกัน เป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆหรือคนที่สนใจอยากไปทำงานต่างประเทศกัน บอกได้เลยว่า พี่แอร์มีประสบการณ์ที่ว้าวมากๆเลยค่ะ ไปค่ะ เริ่ม!
.
.
พี่แอร์เริ่มทำงานที่บริษัท P&G มาถึงทุกวันนี้รวมแล้วก็ 25 ปีเลยทีเดียว โดยพี่แอร์เริ่มงานจากตำแหน่ง Process Engineer มาเป็นลำดับแรกแล้วด้วยความที่พี่แอร์สนใจงานด้านนวัตกรรมใหม่ๆและนำการเปลี่ยนแปลง จึงขยับมาทำในส่วนของงาน Innovation ที่ญี่ปุ่น สิงค์โปร์และอเมริกา แล้วได้กลับมาบริหารงานที่ประเทศไทย หลังจากนั้นก็ย้ายมาประจำที่อเมริกาอีกครั้ง ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Global Supply Chain Innovations and Engineering Vice President ทำในส่วน Automation และ Digitalization เรียกได้ว่า พี่แอร์เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในสายงานวิศวกรรมอุตสาหการจริงๆ พี่แอร์มองว่าทุกประเทศที่ไปล้วนเป็นประเทศที่มีการสร้างนวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจและมันจะต้องสนุกแน่ๆที่ได้ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ และมันก็จริง พี่แอร์ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานหลากหลายเชื้อชาติ แน่นอนว่ามาจากคนละประเทศต่างวัฒนธรรมความแตกต่างย่อมเกิดขึ้น แต่มันก็ไม่ใช่อุปสรรคเลย เพราะพี่แอร์พร้อมปรับตัวและเข้าใจในความแตกต่างเสมอ ยกตัวอย่าง ที่ญี่ปุ่นเนี่ยจะมีความเป็นวิทยาศาสตร์สูง ทำให้การบริหารคนต้องมีตรรกะที่ชัดเจน ส่วนสิงคโปร์จะมีหลากหลายเชื้อชาติหลายวัฒนธรรมเลยทำให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันแต่ก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับบริษัทที่จะได้มุมมองความคิดใหม่ที่แตกต่างมีทางเลือกมากขึ้น และสุดท้ายที่อเมริกาผู้คนเติบโตมาอย่างอิสระ เลยเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ พอมีงานที่ต้องแชร์ไอเดียกันก็จะมีการใช้เวลาตรงนี้เยอะหน่อยเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วจึงลงมือปฏิบัติตามแบบแผน ก็จะเห็นได้ว่าแต่ประเทศมีความแตกต่างกันจริงๆ ซึ่งพี่แอร์ก็ทำได้ดีทีเดียว
ดูได้จากผลงานที่พี่แอร์ได้รับมอบหมาย ที่ญี่ปุ่นพี่แอร์ได้มีโอกาส Replatform ง่ายๆรีโนเวทโรงงานระบบและเครื่องจักรใหม่นั่นแหละ มูลค่าถึง 60 ล้านดอลลาร์ซึ่งตอนนั้นพี่แอร์อายุเพียง 25 ปีเท่านั้น ที่สิงคโปร์ก็ได้รับโจทย์ให้วางแผนสินค้าใหม่ที่ขายในแต่ละประเทศเริ่มตั้งแต่ Product Protforio, Business Model ไปจนถึงเป็นตัวแทนจัดหาซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานผลิตในหลายประเทศ! ที่ไทยพี่แอร์เป็นผู้บริหารคนไทยคนแรกและก็สร้างผลงานไว้ไม่น้อย ผลักดันให้โรงงานที่ไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากอเมริกาและมีการส่งออกถึง 30 ประเทศ และปัจจุบันที่อเมริกาพี่แอร์เป็นคนเอเชียคนแรกในสายงานนี้ ที่ได้รับการไว้วางใจให้วางแผนตัดสินใจกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ และการลงทุนให้บริษัท ว่าเราจะออกแบบนวัตกรรม Supply Chain รวมถึง Fulfillment Center ยังงัยให้กับโลกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
.
.
พี่แอร์ยังเล่าอีกว่าการทำงานต่างประเทศภาษาเป็นเรื่องสำคัญแหละ แต่ที่สำคัญจริงๆคือทักษะการสื่อสารและ ความคิด เนื่องจากเราต้องนำเสนอกลยุทธ์ไอเดียต่างๆให้เค้าเข้าใจให้ได้ และทำงานกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอแค่มีความกล้าและพร้อมที่จะเรียนรู้ เราก็จะสนุกกับมันไปเอง และจะทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นโดยอัตโนมัติ
.
.
นอกจากนี้ยังได้ถามพี่แอร์ขำๆว่า ไปทำงานแล้ววิชาไหนได้ใช้มากที่สุดคิดถึงอาจารย์ท่านไหนเป็นพิเศษไหม
พี่แอร์เล่าว่าในการทำงานจริงๆวิชาที่เรียนมาได้นำมาใช้เป็นพื้นฐานเกือบทั้งหมด ทั้ง Motion time study,Quality และอื่นๆ แต่ถ้าถามว่าคิดถึงอาจารย์ท่านไหน ก็จริงๆคิดถึงหลายท่านนั่นแหละ แต่ที่เป็นพิเศษก็อาจารย์วิชัย เพราะจำได้ว่าตอนอยู่ปี 4 อาจารย์ให้งานเยอะ(มาก) แต่งานที่อาจารย์ให้ไม่ได้แค่ให้เราใช้ข้อมูลจากหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการฝึกให้เราได้ใช้ทักษะในการนำความรู้มาประยุกต์แก้ไขปัญหา ซึ่งมันได้ใช้จริงตอนทำงาน
.
.
ส่วนตัวพี่แอร์ให้ความสำคัญที่เส้นทางและการมีความสุขระหว่างทาง มากกว่ามุ่งไปที่แค่ปลายทาง การเอาความสำเร็จสมบูรณ์แบบเป็นตัวตั้งอย่างเดียวอาจทำให้เราไม่กล้าทำสิ่งใหม่ๆ พี่แอร์เชื่อว่าการกล้าทำอะไรๆใหม่ๆที่ท้าทายจะทำให้เราได้เติบโต เพราะทุกย่างก้าวที่เราเดิน มันคือการเรียนรู้การสร้างคุณค่า ถ้าทำไปแล้วผิดพลาด ทำไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร สุดท้ายเราก็ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นและก็ก้าวต่อไป
.
.
สุดท้ายนี้ Key success ของพี่แอร์ก็คือ การยอมรับความแตกต่าง กล้าที่จะแตกต่าง คิดบวกสร้างพลังบวกให้คนรอบข้างและสนุกกับการเรียนรู้ตลอดเวลา จึงทำให้พี่แอร์ประสบความสำเร็จมีหน้าที่การงานและครอบครัวที่สดใสนั่นเอง!
“ชีวิตมันไม่ต้องได้คะแนนเต็มร้อยทุกครั้งก็ได้ ไม่ต้องเพอร์เฟคขนาดนั้น ทำถูกบ้างผิดบ้างมันก็เป็นความสนุกของชีวิตไม่ต้องกังวลไปก่อน คิดบวกเข้าไว้”
เป็นอีกส่วนหนึ่งที่คุยกับพี่แอร์แล้วรู้สึกทัชใจ เลยอยากเอามาเล่าขยายความให้อ่านกัน คือต้องบอกเลยว่าจากการที่ได้คุยกับพี่แอร์นั้น มันได้พลังบวกส่งต่อมามากจริงๆ ซึ่งจริงๆเราก็รู้กันอยู่แล้วเนาะ ว่าการคิดบวกมันทำให้ใจเราสบาย แต่ก็นั่นแหละ มันก็ต้องมีบ้างที่เราอาจจะเจอเรื่องแย่ๆที่เผลอทำให้เราคิดลบไปบ้าง ก็ไม่เป็นไร เราดึงตัวเองกลับมาได้ ด้วยการคิดเรื่องดีๆที่อ่อนโยนกับตัวเองบ้าง บางคนชอบใจร้ายกับตัวเอง กดดันตัวเองให้ต้องเพอร์เฟค ต้องเป็นที่หนึ่งตลอด พอไม่ได้ก็เอาแต่โทษตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่เป็นผลดีเนาะ ใจดีกับตัวเองบ้าง มองว่าเรื่องที่ทำพลาด ก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น และเราก็ยังได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นๆอีกต่างหาก ก็เหมือนกับที่เขาบอกว่า ถ้าไม่ลองจะรู้ได้ไง ว่าทำได้หรือไม่ได้ ลองแล้วทำได้ก็เฮ ทำไม่ได้ก็ถือว่า อย่างน้อยก็ได้ลงมือทำแล้ว ไม่ค้างคาใจ ว่าวันนั้นทำไมไม่ทำ
.
.
อย่างเดียวกันกับการไปทำงานต่างประเทศ ต้องมีหลายคนแหละที่อยากไปแต่กังลเรื่องภาษาอังกฤษ เด็กช่างอะเนอะ ไม่ค่อยถูกโรคกับภาษากันซักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าจะเรียนรู้กันไม่ได้ที่ไหน เพราะงั๊นเรื่องสำเนียงเอย แกรมม่าเอย อะไร เอาไว้ข้างหลังก่อน เน้นคุยสื่อสารให้เข้าใจได้ก่อน ฝึกเยอะๆจากการดูหนังก็ได้ หรือจะหาเพื่อนแชทคุยฝึกภาษาก็โอเคอยู่น้าาา
แล้วเนี่ยที่ประเทศไทยเอง ก็มีบริษัทมากมายที่มีเครือข่ายต่างประเทศ เราเริ่มจากมองหาบริษัทที่มีนโยบายส่งพนักงานไปทำงานต่างประเทศ หรือ สอบถามบริษัทเลยก็ได้นะ ว่ามีนโยบายนี้มั๊ย แล้วพาตัวเองไปอยู่ในบริษัทให้ได้ก่อน แล้วก็เก็บชั่วโมงบิน ประสบการณ์ พอถึงวันที่มีการส่งพนักงานไป เราก็ลุยเลย!
.
.
เอาจริงๆการไปทำงานต่างประเทศก็เป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันถึง แต่ทั้งนี้ก็พี่แอร์ก็กำชับว่าอย่าลืมดูเรื่องความเป็นอยู่ วัฒนธรรม การทำงาน ว่าใช่ตามที่เราต้องการมั๊ย เราต้องการทำไปจนถึงเมื่อไหร่ จนเกษียณเลยมั๊ย หรือต้องการกลับไทยเมื่อไหร่ เพราะแต่ละประเทศก็มีสวัสดิการหลังเกษียณต่างกัน อย่าง เยอรมัน เกษียณตอนอายุ 67 ปี อเมริกาเกษียณอายุ 55 ปี โดยประมาณ ซึ่งก็จะมีสวัสดิการต่างกันนั่นแหละ ถ้าเราทำงานมีการเสียภาษีตามปกติอะนะ เราก็จะได้สวัสดิการนั้นๆเลย
.
.
แต่ถ้าใครไม่อยากไปต่างประเทศ ทำงานที่ไทยก็เติบโตได้เช่นกันน้า ทุกบริษัทพร้อมสนับสนุนคนมีความสามารถอยู่แล้ว ขอแค่มีความตั้งใจแน่วแน่ในสายงานของตัวเองให้ถึงที่สุด เตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับความก้าวหน้า ทำงานแบบคิดเผื่อไปเลย พอวันที่โอกาสมาถึง วันนั้นเราก็จะยินดีรับความรับผิดชอบที่สูงขึ้นอย่างเต็มใจ ภูมิใจ เหมือนกับที่หนังสไปเดอร์แมนบอก “พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
รู้หรือไม่ IE สายงานไหนที่อเมริกาต้องการตัวมากที่สุด?
.
.
ติ๊กต่อกๆๆๆ เฉลยจ้า ก็คือ Supply chain นั่นเอง เป็นสายงานที่ CEO ในอเมริกามองหาอ้าแขนรับมากยิ่งกว่าสาย Operation อีกนะ จากที่คุยกับพี่แอร์ เราเองเกิดความสงสัยส่วนตัวว่า IE นี่มันแตกแขนงได้หลายด้านมากเลยนะ แล้วสายงานไหน ที่เค้าฮอตปรอทแตก ที่เพิ่มโอกาสให้ไปทำงานที่อเมริกาได้ พี่แอร์ก็เลยบอกข่าวดีเรามาว่า สาย Supply chain นี่แหละ ฮอตสุดๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะโลกเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาน่ะสิ แค่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านมากแล้ว เช่น labor shortage ที่ทำให้มีชั่วโมงทำงานจากแรงงานคนลดลง จึงต้องหาวิธีแก้ปัญหาด้วยการใช้ AI เข้ามาช่วยเพิ่มขึ้นนั่นเอง นี่ก็เป็นแค่ตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงแค่เรื่องหนึ่งเท่านั้น จริงๆยังมีอีกหลายเรื่อง แล้วถามว่า เกี่ยวกับ Supply chain ยังไงล่ะ? ก็พอโลกมีการเปลี่ยนแปลง ชั่วโมงทำงานแต่เดิมใช้แรงงานคนช่วยในการผลิตสินค้า พอมันลดลง กระบวนการผลิตก็ต้องปรับตัวไป และมันก็จะต้องมีการดีไซน์สายการผลิตใหม่ตามไปด้วย จึงทำให้งานด้าน supply chain นั้นเป็นที่ต้องการอย่างมากนั่นเอง และยังมีความต้องการต่อเนื่องยาวไป 10-20 ปี โน่นแหละ
.
.
งานด้าน Supply chain นั้น เป็นงานแห่งอนาคตที่ไม่มีวันตัน เพราะมันจะพาเราพัฒนาไปตามความเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีเสมอ จึงทำให้เราก้าวไปไม่หยุดนิ่ง เป็นสายงานที่ท้าทายและสนุกมาก
.
.
แล้วรู้มั๊ย พี่แอร์มีแรงบันดาลใจ คือ อยากจะทำงานที่ได้นำการเปลี่ยนแปลงให้โลก ธุรกิจและองค์กรก้าวไปในจุดที่ดีกว่าเดิมข้างหน้าได้ มันจะสร้างคุณค่า สนุก งานไม่ซ้ำ ไม่น่าเบื่อ และเราได้เติบโตไปกับตัวงานด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่พี่แอร์ประสบความสำเร็จในต่างแดนได้ขนาดนี้ passion มาเต็ม บวกกับฝีมือ ซึ่งเรื่องราวของพี่แอร์คงจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายคน พร้อมจะลุยกับเส้นทางนี้มั๊ย ถามใจดู แต่ถ้าพร้อมแล้วก็ตั้งเป้าหมายแล้วหาหนทางพุ่งชนเลยจ้า!
คำค้นหา : #ไออีนอกกล่อง #ไออีต่างแดน #เกียร์24 #ไออี #gear24 #พี่แอร์