|

พี่นิชา ณัฐณิชา วรรณโชติผาเวช

10

jan

รถแอร์เสียนึกถึงที่ไหนกัน ก็ต้องอำนวยมอเตอร์แอร์2 สิเนาะ แต่รู้มั้ยว่าที่ร้านมีผู้บริหารเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง IE กันด้วยน้าาาา
คุณณัฐณิชา วรรณโชติผาเวช รหัสนักศึกษา 55610329 เกียร์ 43 ปี 55 เรียกชื่อเล่นว่า คุณนิชา
ปัจจุบันคุณนิชาทำงานอยู่ 3 อย่าง
1.อำนวยมอเตอร์แอร์2
2.กาแฟโบ๊ะบ๊ะ
3.คานะ สเปรย์กำจัดกลิ่น
ซึ่งงานทั้งสามอย่างนี้คุณนิชาเป็นผู้บริหารทั้งหมด อำนวยมอเตอร์แอร์2 เป็นกิจการของครอบครัว บริการซ่อมแอร์ และอื่นๆที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ส่วนกาแฟโบ๊ะบ๊ะนั้นเริ่มขายตั้งแต่ปี 2019 ช่วงที่โควิดมาพอดี จึงมองหาโอกาสใหม่ๆ และยังเกิดจากความชอบหลงใหลในกาแฟ ประจวบกับบังเอิญรู้จักเจ้าของสวนกาแฟที่แม่แดดน้อย อำเภอกัลยนิวัฒนา เลยมีโอกาสได้จับธุรกิจขายเมล็ดกาแฟด้วย โดยเมล็ดกาแฟนี้จะเป็นพันธ์อารบิก้า100% ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และสุดท้าย คานะ สเปรย์กำจัดกลิ่น ที่ต่อยอดมาจากธุรกิจครอบครัวก็คืออำนวยมอเตอร์แอร์เนื่องจากลูกค้าเจอปัญหาเรื่องกลิ่นในรถยนต์บ่อย และถ้าจะให้ล้างแอร์บ่อยๆก็ไม่สามารถทำได้ จึงใช้เวลาคิดค้นผลิตภัณฑ์นาน 2 ปี จนได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในการขจัดกลิ่นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังป้องกันเชื้อโควิดได้อีกด้วย โดยกาแฟโบ๊ะบ๊ะและคานะ สเปรย์กำจัดกลิ่น นั้นเน้นที่ธุรกิจออนไน์เป็นหลัก

จุดเริ่มต้นของธุรกิจของตัวเองคืออะไร?
คุณนิชาเล่าว่า หลักๆเลยไม่ว่าสินค้าตัวไหนคุณนิชาจะเริ่มต้นจากความต้องการของลูกค้าก่อน ว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร อยากได้อะไร แล้วเราจึงสรรหาสินค้าที่ตอบโจทย์เพื่อแก้ปัญหาให้ลูกค้า ดังนั้นเมื่อเรามีการเริ่มต้นที่ใส่ใจลูกค้า ก็จะทำให้ธุรกิจของเราไปต่อได้ไม่ยาก ในการวางแผนธุรกิจ อันดับแรกจะเริ่มจากการสร้าง Awareess สร้างคุณค่าให้สินค้า ให้คนมองเห็นคุณค่าให้ได้ก่อน และทำการตลาดออนไล์ทุกช่องทาง เพราะทุกวันนี้ตลาดออนไลน์เป็นตลาดที่ใหญ่และไม่ตันง่ายๆแถมยยังมีแนวโน้มเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะคานะ สเปรย์กำจัดกลิ่น ยังมองการณ์ไกลวางแพลนเข้า Modern trade อีกด้วย ส่วนกาแฟโบ๊ะบ๊ะ ก็แพลนจะเปิดร้านกาแฟด้วยเช่นกัน

จุดแข็งของเราคืออะไร?
จริงๆแล้วจุดแข็งคือการใส่ใจในการบริการดูแลและเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อซื้อใจลูกค้า แต่ถ้าพูดถึงส่วนของอำนวยมอเตอร์แอร์2 ก็จะเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือเนื่องด้วยเราเปิดมานาน 38 ปี แล้ว และยังมีทีมช่างที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคนิคเฉพาะร้านเรา ที่สามารถรื้อรถยนต์ได้ใน 2 ชั่วโมง! จึงทำให้เราแตกต่างและเป็นสิ่งที่เรายึดถือ รักษามาตรฐานไว้มาตลอด โดยในส่วนนี้เราได้ใช้ความรู้ของวิชา Motion study ในการจัดการด้วย จึงทำให้เรารู้สึกภูมิใจที่พัฒนาบริการไปอีกระดับ

มุมมองของการเป็นพนักงานประจำกับผู้ประกอบการต่างกันอย่างไร?
คุณนิชาเล่าว่าในแง่มุมของการเป็นผู้ประกอบการนั้น เราจะต้องมีความรับผิดชอบสูงควบคู่กับอิสรภาพในการทำงาน คือ คุณจะไปทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ แต่คุณก็ต้องรับผิดชอบงานให้ได้ดีเช่นกัน เราสามารถบริหารการเงินเอง ได้จับเงินเอง มันก็เป็นอะไรที่ทำให้เราสนุกและมีกำลังใจในการทำงานทุกวัน แม้ว่าอาจจะมีวันที่เหนื่อยบ้าง เพราะผู้ประกอบการมักจะคิดเรื่องงานและทำงานตลอดเวลา เหนื่อยก็พัก หาสถานที่ที่เราชอบ เบรคซักนิด หายเหนื่อยก็ทำงานต่อได้ ในขณะที่ ถ้าเราเป็นพนักงานประจำเราอาจจะไม่สามารถมีอิสระได้แบบนี้ ยังต้องทำงานตามเวลาที่ออฟฟิศ แต่ก็ยังมีข้อดีอีกหลายอย่างเช่นกัน ที่เห็นชัดๆคือได้เงินเดือนที่แน่นอน มีโอกาสเติบโตในสายงาน มีความมั่นคง ซึ่งมันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ก็อยู่ที่เราเลือก

ถ้าตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร ให้ลงมือทำเลย อย่าลังเล แล้วตั้งใจให้เต็มที่กับสิ่งที่เลือก ผลลัพธ์ของความตั้งใจจะตอบแทนคุณเอง!

“ถ้าเรามีเจตนาที่ดี มองประโยชน์ของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วผลิตสินค้าที่เข้าใจลูกค้า ตอบโจทย์ลูกค้า บนพื้นฐานความใส่ใจแท้จริง เราก็จะเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้า จเกิดการซื้อซ้ำ บอกต่อ เป็นวงจรธุรกิจที่ผู้ประกอบการใฝ่ฝัน”

ประโยคนี้ของคุณนิชาบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ถึงลูกค้าจริงๆนักขายที่ดีมักจะเปรียบเสมือนผู้ช่วยของลูกค้า ที่ลูกค้าสามารถวางใจ ให้คำปรึษาอย่างจริงใจ ในขณะที่นักขายส่วนมากจะพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากขาย แต่ขาดความใส่ใจสอบถามความต้องการของลูกค้า จุดนี้แหละที่จะเฉือนกัน ว่าใครจะได้ใจลูกค้าไป เป็นสิ่งเล็กๆที่เราเริ่มต้นทำได้ ไม่ว่าจะขายของ ทำธุรกิจใดๆ หรือแม้กระทั่งการคบเพื่อน เราก็ใช้แนวคิดนี้ได้เช่นกัน

เราอยากให้ใครปฏิบัติต่อเรายังไง เราก็ต้องปฏิบัติกับเค้าแบบนั้นเช่นกัน วิธีง่ายๆที่เปลี่ยนเราไปในจุดที่ดีกว่าอย่างแน่นอน


“การเรียนวิศวะ ทำให้นิชามีตรรกะความคิดที่เป็นระบบระเบียบ เวลาทำงานจึงทำแบบมีขั้นตอน 1 2 3 4 ทำให้นิชาทำงานได้ง่ายและเดินตามเป้าหมายที่วางไว้ได้”

ต้องบอกว่า รู้สึกโชคดีที่เรียนสายวิทย์ และโชคดีมากขึ้น เมื่อเรียน IE เพราะว่านอกจากที่เรามีระบบความคิดที่เป็นขั้นเป็นตอนแล้ว แล้วยังได้เรียนวิชาหลายตัวที่ทำให้เรานำมาปรับใช้ในงานได้แทบจะทุกแขนงเลย เมื่อพื้นฐานเราแน่น เราจะต่อยอดจากความรู้ไปได้อีกไกลทีเดียว
ความรู้จะอยู่ติดตัวเราไป เสริมคุณค่าในตัวเราเอง ให้เป็นคนคุณภาพในแบบของเรา
เพราะงั๊นเรียนแล้วเอาไปด้วย ไม่ต้องเอามาคืนอาจารย์น้าาา ^^



กิจกรรม

คำค้นหา