|

พี่จอห์นนี่ กอบกิจ อิสรชีววัฒน์

09

jan

วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณกอบกิจ อิสรชีววัฒน์ รหัสนักศึกษา 3406011 IE10 เกียร์ 22 หรือพี่จอห์นนี่ ตัวพี่จอห์นนี่เองหลังเรียนจบ IE ก็มาเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการต่อ และในปี 2548 จึงลาออกราชการมาดูแลกิจการของครอบครัว นั่นก็คือ ร้านวรวัฒน์พานิช และ บริษัทวรวัฒน์พัฒนาเชียงใหม่ โดยร้านวรวัฒ์พานิช คนเชียงใหม่ก็รู้จักกันดี เป็นร้านขายชุดนักเรียนในรูปแบบ whole sale and distribution หรือเรียกง่ายๆว่าขายส่งทั่วภาคเหนือนั่นเอง ส่วนของบริษัทวรวัฒน์พัฒนาเชียงใหม่ ก็จะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ต่อจากนั้น พี่จอห์นนี่เริ่มสนใจธุรกิจที่พักโรงแรมบวกกับว่ามีที่ดินทำเลดีที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน จึงลงมือสร้างธุรกิจในฝันอีกหนึ่งอย่างจนเกิดเป็น ปูป๋าล์คันนาปัว รีสอร์ต ขึ้นมา แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย พี่จอห์นนี่ดำรงตำแหน่งรองประธานหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นผู้มากประสบการณ์จริงๆ ทีนี้มาที่ธุรกิจโรงแรมกัน เราก็เลยเกิดข้อสงสัยว่าทำไมพี่จอห์นนี่ถึงตัดสินใจทำปู๋ป๋าล์คันนาปัวขึ้นมา พี่จอห์นนี่เล่าว่า โชคดีที่มีที่นาของพ่อตาที่สวยงาม ติดลำน้ำปัว มีทุ่งนา และภูเขา จึงอยากพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของน่าน โดยอาคารเป็นทรงแปดเหลี่ยมเน้นให้เห็นวิวแบบ 360 องศา มีจำนวน 15 ห้อง แต่ละห้องวิวก็จะแตกต่างกันไป เอาเป็นว่าไปพักหลายครั้งก็ไม่มีเบื่อเลย และปัจจุบันกำลังขยายเพิ่มเติมในส่วนของร้านอาหารคาเฟ่ ชื่อว่า คันนาคาเฟ่ ถึงแม้จะไม่ค่อยถนัดเรื่องอาหาร แต่ก็ไม่ยากเกินเรียนรู้ โดยคันนาคาเฟ่ ได้ไอเดียมาจากสถานการณ์โควิด เพราะในช่วง Lock down นั้น นักท่องเที่ยวมาไม่ได้ รายได้ก็หายไปหมด จึงต้องมีแผนสำรอง เพื่อดึงดูดให้คนในพื้นที่มาเที่ยวกัน ก็เลยคิดว่า งั๊นเรามาทำร้านคันนาคาเฟ่แล้วกัน ซึ่งจะเปิดตัวช่วงเดือนธันวาคมนี้นี่เอง


อะไรคือความยากในตอนเริ่มต้นทำ ปูป๋าล์คันนาปัว ?
พี่จอห์นนี่บอกว่า จากเดิมเป็น IE ก็จะเข้าโรงงานเป็นหลัก พอโดดมาทำธุรกิจโรงแรมจึงต้องปรับตัวและหาความรู้เพิ่มหลายอย่าง ความยากอย่างแรกเลยคือ สิ่งที่ไม่รู้ และการค้นหาสิ่งที่เราคิดว่ารู้แต่จริงๆเราไม่รู้ จึงลงเรียนทั้งสัมมนา หลักสูตรระยะสั้นทั้งออฟไลน์และออนไลน์ และสอบถามแลกเปลี่ยนความคิดกับพี่ๆน้องๆ IE เรานี่แหละ เพราะมีหลายคนที่ทำธุรกิจโรงแรมเหมือนกัน ก็เลยเริ่มหาจุดแข็งของตัวเอง ก็มาคิดได้ว่าเรามีที่ดินวิวสวยมาก อยากให้คนมาพักได้เสพย์ธรรมชาติเต็มที่ ก็เลยเกิดเป็นอาคารที่พักทรงแปดเหลี่ยม เพื่อเห็นวิวได้ 360 องศา และยังมีส่วนของการตกแต่งบริเวณด้านหน้าโรงแรม ตลอดจนส่วนของรีเซฟชั่น ให้สวยงามสอดคล้องกับคนเซปต์ของโรงแรมที่เน้นไปทางรักษ์ธรรมชาติ
นอกจากนี้ ความยากต่อมาคือ เรื่องการตลาดและงานบริหาร เรามีของดีอยู่กับตัวแล้วแต่จะทำยังไงให้คนรู้จัก ก็ต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เลยพบว่าคนส่วนมากค้นหาจาก Google จึงเรียนรู้เรื่องกรทำ SEO,SEM เพื่อให้ชื่อโรงแรมเราติดที่หน้าแรกของ Google เพิ่มโอกาสให้ตัวเอง นอกจากนี้การให้ Influencer ก็ช่วยได้เยอะมาก เป็นงานที่เราไม่เคยเจอมาก่อน รู้สึกท้าทายและสนุกดี

พี่จอห์นนี่ยังบอกอีกว่า หัวใจของการทำธุรกิจโรงแรมนั้น มี 3 อย่าง คือ จุดขายเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง, การบริหารจัดการคนสำหรับงานบริการ และระบบการทำงาน ทั้ง 3 อย่างนี้ต้องดูแลร่วมกันอย่างมีประมิทธิภาพจึงจะทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างมั่นคง

ส่วนในอนาคตนั้น แนวโน้มกระแสธุรกิจโลกจะเป็น sustainable growth หรือการเติบโตอยางยั่งยืน ซึ่งจริงๆแล้วเราคนพุทธ เราจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่ยั่งยืนตลอดไป ดังนั้นพี่จอห์นนี่เลยปรับธุรกิจใหเป็นแนวทางนี้ให้มากที่สุดเช่น ในแง่ของธรรมชาติ ก็มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หรือทำระบบจัดการน้ำเสีย การอนุรักษ์ธรรมชาติให้ดีที่สุด รวมทั้งการมีส่วนร่วมช่วยเหลือกิจกรรมชุมชน สมาคมต่างๆในอ.ปัวและจังหวัดน่าน
#IEนอกกล่อง #IEforlife #IECMU


การสร้างธุรกิจขึ้นมาว่ายากแล้วแต่การรักษาให้อยู่ตลอดไปยากกว่า?

เป็นเรื่องจริงที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเจอและหาทางรับมือ ในส่วนของธุรกิจโรงแรม ปู๋ป๋าล์คันนาปัว ของพี่จอห์นนี่ช่วงสถานการณ์โควิดธุรกิจท่องเที่ยวเจอปัญหาอย่างหนักเช่นกัน และสู้จนผ่านมาได้ เราก็เลยแอบถามถึงวิธีจัดการมา โดยทางโรงแรมนั้นตั้งแต่เริ่มก็จะมีการทำระบบบัญชีอย่างแท้จริง จ่ายทุกเม็ดลงทุกเม็ด หรือมีรายรับเท่าไหร่ก็ลงบัญชีตามจริงเท่านั้น ไม่มีการเลี่ยงภาษีแต่อย่างใด ถามว่าทำไมถึงทำเช่นนี้ นั่นก็เพราะพี่จอห์นนี่ต้องการข้อมูลที่แท้จริง เพื่อนำข้อมูลาวิเคราะห์ ทั้งเรื่องควบคุมต้นทุนตลอดจนหาทางเพิ่มรายได้ ดังนั้น ในวันที่ธุรกิจเกิดปัญหา พอกางข้อมูลออกมา จะเห็นเลยว่าจุดไหนสามารถลด Cost ได้ เพื่อรักษาธุรกิจให้ผ่านวันที่ยากลำบากไปได้ และเมื่อวันที่สถานการณ์ปกติแล้ว เราก็ยังเอาข้อมูลที่มีมาวางแผนเพื่อให้สร้างรายได้มากขึ้นได้อีกด้วย  อีกทั้งการบริหารกระแสเงินสดก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงโควิดและช่วงฟื้นตัวจากโควิด ที่เราต้องหาเงินมาสำรองเพื่อประคองธุรกิจให้ดำเนินการได้ตลอดช่วงที่มีการล็อคดาวน์ รวมทั้งการหาเงินเพิ่มมาพัฒนาธุรกิจให้พร้อมสำหรับการต้อนรับลูกค้าหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ดังนั้นการบริหารกระแสเงินสดก็เป็นอีกหัวใจหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจฝ่าวิกฤตไปได้
จะเห็นได้ว่า นอกจากการวางแผนที่ดี การบริหารกระแสเงินสดที่ดีแล้ว การที่เรามีข้อมูลที่แม่นยำก็ช่วยให้เรามีความเสี่ยงลดลงและเป็นเหตุผลหนึ่งที่ช่วยให้เรารักษาธุรกิจของเราไว้ได้


จากสาย IE สู่ธุรกิจโรงแรม วิชาที่เรียนมาช่วยได้มั๊ยนะ?

หลายคนก็เกิดคำถาม เวลาเห็นเจ้าของธุรกิจบางท่านเรียนจบอีกอย่างและทำงานอีกอย่าง ว่าแล้วที่เรียนไปนี่มันได้ใช้ในงานปัจจุบันมั่งมั้ย? อย่างพี่จอห์นนี่ รุ่นพี่ IE10 ของเรา ซึ่งตอนนี้ผันตัวไปทำธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ที่ชื่อว่า ปู๋ป๋าล์ คันนาปัว จังหวัดน่าน พี่จอห์นนี่บอกว่า ได้ใช้เยอะมากหลายวิชาเลย เริ่มตั้งแต่ร่างโครงการเพื่อยื่นกู้กับธนาคาร ก็ได้ใช้ความรู้จากวิชา Feasibiity ในการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่างๆตั้งแต่ forcast จนถึงรายรับที่ควรจะได้ สิ่งสำคัญคือผมมีอีโก้และความหลงรักธุรกิจตัวเองมากเกินไป จนทำให้ลืมนึกถึงความเสี่ยงของธุรกิจที่ถึงแม้ตอนที่เราทำแผนจะมีโอกาสเกิดไม่มาก แต่พอเกิดสถานการณ์โควิด เมื่อเรานำแผนธุรกิจที่วางไว้มาดูทำให้เรารู้ว่าถ้าเราใส่ใจกับแผนฉุกเฉิน แผนสำรองในภาวะที่แย่ไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจที่วางไว้ก็จะสามารถช่วยได้มาก  พอเริ่มเปิดโรงแรม ก็จะมีการบริหารบริการ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การบริหารต้นทุนทั้งเรื่อง Inventory ต่างๆ ได้แก่ วัสดุสิ้นเปลืองเพื่อการบริการ เช่น สบู่ แชมพู แปรงสีฟันไม้ไผ่ เป็นต้น ก็ต้องใช้ความรู้เรื่อง Inventory Management มาช่วย อีกทั้งในส่วนของงานให้ครัว ยังต้องใช้ ทั้ง Inventory , Motion study, Cost analysis and budgeting รวมถึง QC อีกด้วย
ในการเรียน IE มานั้น วิชาต่างๆสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายธุรกิจได้อย่างเหมาะสมทีเดียว น้องๆที่อ่านบทความนี้ที่กำลังนั่งถามตัวเองว่า เรียนวิชานั้นนี้ทำไมยากจัง จบไปจะได้ใช้เหรอ? ตอนนี้คงเห็นภาพชัดขึ้นแล้วก็ลุยเลยจ้า ตั้งใจเรียนวันนี้สบายในวันหน้าแน่นอน เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยน้าาาา

กิจกรรม

คำค้นหา